ศิลปะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคม

ศิลปะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคม

ศิลปะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคม เมื่อพูดถึงคำว่า “ศิลปะ” ผมคิดว่าในความหมายของคนทั่ว ๆ ไปอาจจะนึกถึงความงดงาม ซึ่งเมื่อได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัสแล้วรู้สึกสบายอกสบายใจ เช่น โปสเตอร์สีสวย เพลงเพราะๆ หรือ การได้เห็นน้ำพุสวย ๆ ตั้งอยู่กลางเมืองที่แออัด พลุกพล่านด้วยผู้คน ผมคิดว่าผู้คนที่เดินทางผ่านไปผ่านมาเมื่อได้เห็นน้ำพุที่ให้ความรู้สึกเย็น สบายตา ก็จะรู้สึกดีขึ้นกับชีวิตที่เป็นอยู่ และถ้ามีรูปปั้นสวย ๆ มาตั้งเพิ่มเข้าไป ก็จะยิ่งทำให้เมืองดูมี “ศิลป์” ดูน่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก

ศิลปะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคม

เวลาพูดถึง “ศิลปะ” คนทั่วไปมักไม่ค่อยได้นึกถึงศิลปะในแง่ของผลงานที่ผลิตขึ้นมาโดยกลุ่มคนพิเศษกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “ศิลปิน” แต่นึกถึงสิ่งที่สวยงามและทำให้รู้สึกสบายอกสบายใจ แจกันที่ปักดอกไม้สวย ๆ สักชิ้นหนึ่งก็อาจดูมี “ศิลป์” ได้ ด้วยนิยามเช่นนี้ ผมจึงคิดว่า “ศิลปะ” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในแวดวงของกลุ่มที่เรียกว่า “Academic Art” เท่านั้น

ความงามของศิลปะกับอัตวิสัยของผู้ชม

ศิลปะจะให้ความรู้สึกเช่นไรขึ้นอยู่กับอัตวิสัยของผู้ชมด้วย งานชิ้นเดียวกันสามารถทำให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกันได้ เนื่องจากความรู้สึกนึกคิดของคนนั้นขึ้นอยู่กับภาวะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลหล่อหลอมความเป็นตัวตนของเขาขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ภาพของแวนโก๊ะบางรูปที่เต็มไปด้วยสีเหลือง ซึ่งเป็นสีในโทนร้อน คนที่มาจากเมืองร้อนอย่างเราอาจรู้สึกว่ามันให้ความรู้สึกร้อนแรง แต่เมื่อภาพนั้นปรากฏอยู่ในเมืองหนาว ผมคิดว่าภาพอาจจะให้ความรู้สึกที่อุ่นสบาย

ส่วนเทคนิคการวาดของแวนโก๊ะที่ใช้การป้ายสีที่หนาเป็นปื้นและไม่ใช้วิธีการตัดเส้น อาจทำให้ผู้ดูบางคนรู้สึกว่าเป็นภาพที่หยาบ แข็ง แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกว่ามันช่างเป็นธรรมชาติ ดูดิบและดูงดงามเหลือเกิน ดังนั้น การตีความงานศิลปะของคนทำงานศิลปะหรือคนดูศิลปะจึงต่าง ๆ กันไป

ศิลปะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคม

อย่างไรก็ตาม มีงานศิลปะบางประเภทที่สามารถทำให้ผู้ดูหรือได้ยินจำนวนมากรู้สึกดีหรือจับใจได้ งานพวกนี้มักจะมีลักษณะกลาง ๆ ไม่หวือหวาหรือสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง เช่น รูปในโปสการ์ด ซึ่งมักเลือกรูปที่เป็นภาพที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและเห็นว่าสวยอยู่แล้ว ดังนั้น ภาพโปสการ์ดจึงสามารถเข้าถึงและเป็นที่พอใจของคนจำนวนมาก เช่นเดียวกับเพลงที่มีโทนนิ่มนวล กลาง ๆ ก็น่าจะเข้าถึงคนในวงกว้างได้มากกว่าเพลงร็อคหรือเพลงแจ๊ส ซึ่งต้องการความคุ้นเคยในระดับหนึ่ง

แต่บางครั้ง อัตวิสัยของผู้ชมก็มีมากเสียจนเบียดบังความงาม ทำให้ไม่มีใครสนใจเนื้อหาของศิลปะได้เหมือนกัน เช่น ในกรณีของกลุ่มคนเดินทางประเภทที่เรียกว่าฉิ่งฉับทัวร์ ผู้คนมักร่วมร้องเพลง ส่งเสียงดังกันโดยไม่ได้สนใจความไพเราะของเพลงที่ร้อง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือท่วงทำนอง เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ การเดินทางคือการเปลี่ยนที่ซึ่งต้องสร้างและคงบรรยากาศของความสนุกสนานไว้ให้ได้เพื่อให้ต่างไปจากชีวิตปกติ เพราะฉะนั้น การฟังดนตรีจึงไม่ใช่เพื่อความไพเราะอีกต่อไป แต่เป็นการเสพจังหวะ เพื่อเอาจังหวะนั้นมาสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของตนเองระหว่างการออกท่าออกทางเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน

ศิลปะกับการเชื่อมโยง

ผมคิดว่าการที่ผู้ฟังจะรู้สึกอย่างไรกับงานศิลปะบางชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือภาพ ก็ขึ้นอยู่กับว่างานศิลปะเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยง สื่อสารหรือตอบสนองต่อกลุ่มผู้เห็นหรือได้ยินไปในทิศทางใด ผมขอยกตัวอย่างในเรื่องของเพลง

มีเพลงสองเพลงในโลกตะวันตกที่สร้างความรู้สึกคิดถึงบ้านกับคนฟังบางกลุ่ม คือเพลง The White Cliff of Dover ของ Vera Lynn ที่เนื้อเพลงพูดถึงหน้าผาสีขาวที่เมืองโดเว่อร์ ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่คนจะมองเห็นแต่ไกลเมื่อข้ามช่องแคบจากยุโรปเข้ามาใกล้จะถึงอังกฤษ ทหารอังกฤษซึ่งออกไปรบในสงครามโลกในยุโรป เมื่อเดินทางกลับมา เมื่อเห็นหน้าผาสีขาว ก็จะรู้สึกว่าถึงบ้านแล้ว หน้าผานี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “บ้าน” คนอังกฤษที่ไปอยู่ต่างถิ่นเมื่อได้ยินเพลงนี้ก็มักจะเกิดความคิดถึงบ้านขึ้นมา อีกเพลงหนึ่งคือ Over the Rainbow จากภาพยนตร์เรื่อง The Wizard of Oz ที่มักทำให้ทหารอเมริกันรู้สึกคิดถึงบ้านเมื่อได้ยิน แน่นอนว่าคนที่ไม่ใช่คนอังกฤษหรืออเมริกันมาฟัง ก็ย่อมได้ความรู้สึกนึกคิดต่างออกไป อาจจะคิดว่าเพลงเพราะเนื้อหาดีแต่ก็ไม่ทำให้เกิดความคิดถึงบ้านขึ้นมาได้

ศิลปะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคม

หรือดนตรีจำพวกวอร์แดนซ์ (war dance) นั้น ผมคิดว่าเพลงประเภทนี้ที่ประสบความสำเร็จจะต้องสามารถทำให้คนฟังรู้สึกฮึกเหิม แล้วก็รักหมู่เหล่า พร้อมที่จะเสียสละได้ เคยมีคนตั้งคำถามว่าในสมัยก่อน เราใช้เพลงหรือดนตรีลักษณะไหนปลุกเร้าใจผู้คน ซึ่งก็มีคนบอกว่าเราน่าจะใช้แตรหรือกลอง แต่ท่วงทำนองเป็นอย่างไรเราไม่รู้ แต่เมื่อช่วงประมาณสองร้อยปีที่ผ่านมา เกิดมีเพลงประเภทที่เรียกกันว่า “อเมริกันมาร์ช” ออกมาจำนวนมาก และท้ายที่สุดกลายเป็นแม่แบบในการกำหนดว่าเพลงของทหารทั่วโลก ซึ่งฟังแล้วจะเกิดความฮึกเหิม รักชาตินั้น จำเป็นจะต้องเป็นเพลงประเภทเพลงมาร์ช

ความสำคัญของศิลปะมีผลต่อการดำรงชีวิต ชีวิตของมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนี้

  1. ศิลปะเพื่อการผ่อนคลาย โดยการระบายความรู้สึกนึกคิด หรือความคับข้องใจออกมา เพราะความรู้สึกของมนุษย์นั้นมีทั้งความสุข ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความฝัน และความหวัง ความรู้สึกเหล่านี้สามารถระบายออกได้ โดยผ่านสื่อทางศิลปะอย่างอิสระ
  2. ศิลปะเพื่อการพัฒนาจิตใจ ความสำคัญของศิลปะในแง่การพัฒนาจิตใจนั้นเบอร์นาร์ด (Bernard) นักจิตวิทยาได้กล่าวไว้ว่า คนที่มีสุขภาพจิตดีคือคนที่ทำงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความชื่นชมยินดีในงานที่ทำมีความเอื้อเฟื้อเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และไม่มีอารมณ์เครียดจนเกินไปนัก ดังนั้น ถ้าจิตใจปกติทำงานต่างๆ ก็จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
  3. ศิลปะเพื่อพัฒนาสังคม ศิลปะเป็นสื่อสำคัญที่ช่วยให้สัมพันธภาพของคนในสังคมดำเนินไปอย่างสงบสุข เพราะสามารถที่จะใช้ศิลปะเป็นตัวกลางในการจัดกิจกรรมต่างๆร่วมกันดังเห็นได้ จาก เอเซียน ที่ได้รวมเอาประเทศทั้ง 10 ประเทศมารวมกลุ่มกัน โดยใช้ศิลปะ และวัฒนธรรมเป็นสื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีของแต่ละประเทศ
  4. ศิลปะเพื่อการบำบัด ความสำคัญของศิลปะในเรื่องของการบำบัดสารนุกรมศึกษาศาสตร์ปี 2539 ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า การบำบัดด้วยศิลปะ (Art Therapy) หมายถึงการใช้กิจกรรมศิลปะ หรือผลงานศิลปะ เพื่อวิจัยหาข้อบกพร่องของบุคคลที่กลไกการทำงานของร่างกายหย่อนสมรรถภาพซึ่ง มีสาเหตุเนื่องมาจากความผิดปกติบางประการของกระบวนการทางจิตและเพื่อใช้ กิจกรรมศิลปะที่เหมาะสมช่วยในการรักษาให้มีสภาพดี
    ขึ้

พอสรุปได้ว่าการที่ศิลปะจะตอบสนองหรือสื่อสารกับกลุ่มผู้คนอย่างไรนั้นจำเป็นต้องมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับชีวิต วัฒนธรรมหรือสถานการณ์บางอย่างกับคนกลุ่มนั้น ๆ

กล่าวโดยสรุปก็คือผมคิดว่าศิลปะไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างลอย ๆ โดยปราศจากการเชื่อมโยงกับสิ่งใด ๆ เนื้อหาของงานศิลปะจึงล้วนแต่สามารถสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ทั้งความเป็นจริง จินตนาการและความใฝ่ฝันของยุคสมัย และในทางตรงกันข้าม ศิลปะก็อาจถูกสร้างขึ้นโดยเจตนาเพื่อที่จะรับใช้เจตนารมณ์บางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปลุกใจให้ฮึกเหิมรักชาติ หรือกระตุ้นให้เกิดความอยากได้สินค้าบางชนิดมาครอบครอง

บทความต่อไปเรา มารู้จักกับองค์ประกอบต่างๆในเกมสล็อตที่จะทำให้รู้จักสล็อตมากขึ้น หรือถ้าคุณชอบทำอาหารเรามีเมนูต่างๆมานำเสนอ 3 สูตรกะเพรา ที่อร่อยระดับภัตคาร