รู้จักกับธุรกิจคาร์แคร์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน

จุดเริ่มต้นของธุรกิจคาร์แคร์ มาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนทุกวันนี้ โดยยานพาหนะที่คนใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็คือรถยนต์ ทำให้หลายคนให้ความสำคัญกับ การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงรถเป็นอย่างมาก แต่การทว่านอกจากคนจะนิยม ใช้บริการธุรกิจคาร์แคร์แล้ว ก็ยังมีคนที่อยากเป็นผู้ประกอบการเสียเอง ฉะนั้น เพื่อให้การทำธุรกิจในยุคนี้ สามารถได้ไปรอด เราจึงมีบทความน่ารู้เกี่ยวกับ ทำความรู้จักกับธุรกิจคาร์แคร์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน มาฝากทุกท่าน โดยจะน่าสนใจแค่ไหนนั้น ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ  

ทำไมต้องเป็น ธุรกิจคาร์แคร์

ทำไมต้องเป็น ธุรกิจคาร์แคร์

รู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยนั้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในระดับ Top 5 เลยทีเดียว และเนื่องจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ที่ช่วยส่งให้ยอดขายรถภายในประเทศเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อยอดขายรถยนต์เติบโตขึ้น ก็ทำให้อุตสาหกรรมที่เป็นต้นน้ำ หรือต้นทางของการผลิตรถยนต์ นั่นคือ พวกโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ก็โตขึ้นอย่างมหาศาล ถึงกับต้องวางแผนขยายกำลังการผลิต ด้วยการสร้างโรงงานใหม่ หรือซื้อโรงงานคู่แข่งกันเลยทีเดียว

นอกจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จะขยายตัวได้อย่างดีแล้ว ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็น ปลายน้ำ หรือปลายทางของการผลิตรถยนต์ นั่นคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ การบำรุงดูแลรักษารถยนต์ หรือ ธุรกิจคาร์แคร์นั่นเอง ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ที่ประชากรในวัยทำงานมีเวลาส่วนตัวน้อยลง ไหนจะต้องเอาเวลาไปดูแลครอบครัว และดูแลสุขภาพตัวเอง ทำให้ธุรกิจคาร์แคร์ เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของคนเมืองมากขึ้น ดังจะเห็นได้ว่า เจ้าของรถมีแนวโน้มที่จะล้างรถด้วยตัวเองน้อยลง และมักจะนำไปล้างตามศูนย์บริการต่าง ๆ หลังจากเอารถไปฝากก็ ไปเดินเที่ยวห้าง หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แล้วค่อยมารับรถทีหลัง ทำให้ธุรกิจคาร์แคร์ ดูจะเข้ากับกับ Lifestyle ของคนเมืองได้เป็นอย่างดี

รูปแบบของธุรกิจคาร์แคร์

รูปแบบของธุรกิจคาร์แคร์

ล้างทำความสะอาดรถอย่างง่าย

ธุรกิจในกลุ่มนี้ เป็นธุรกิจที่ง่ายที่สุดที่จะสร้างธุรกิจขึ้นมา เพราะใช้เงินลงทุนต่ำ แต่ในแง่ของการให้บริการก็อาจจะทำไม่ได้เต็มที่ และไม่สามารถทำความสะอาดได้ครบวงจร รวมถึงค่าบริการต่อครั้ง ก็อาจจะไม่สามารถตั้งราคาสูงได้ โดยเราอาจจะพบเห็นทั้งแบบที่ให้แรงงานคนอย่างเดียวในการล้าง และแบบที่ใช้เครื่องไม้เครื่องมือด้วยก็ได้

ล้างทำความสะอาดรถแบบครบวงจร

นี่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เราพบเห็นได้บ่อย ๆ การล้างทำความสะอาดของธุรกิจนี้ จะครอบคลุมถึงการทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร อาจจะรวมถึงการเทขยะ และดูดฝุ่น เพื่อให้สภาพภายในห้องโดยสารมีความสะอาดไปด้วย ไม่ใช่สะอาดเงาวับ แต่เพียงตัวบอดี้ของรถ ค่าบริการต่อครั้งอาจจะอยู่ที่ 150-200 บาทขึ้นไป

ซ่อมบำรุงรถ

รูปแบบธุรกิจคาร์แคร์แบบซ่อมบำรุงรถ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างไปจาก 2 รูปแบบแรก โดยในรูปแบบนี้ จะเน้นไปที่การซ่อมบำรุง มากกว่าที่จะทำความสะอาดทั่วไป ซึ่งค่าบริการก็จะสูงกว่าแบบแรก แต่ลูกค้าประจำจะไม่ได้มาที่ร้านบ่อยเท่า 2 แบบแรก เพราะจะมาเมื่อรถเสียเท่านั้น โดยธุรกิจนี้จะอาศัยความชำนาญของช่าง แทนที่จะเป็นพนักงานทั่วไป

ขายอุปกรณ์คาร์แคร์แบบ DIY

ลูกค้าบางกลุ่ม อาจจะไม่ชอบการนำรถไปล้างที่ร้าน เพราะมองว่าค่าบริการมีราคาค่อนข้างสูง ไม่คุ้มกับเงินในกระเป๋าที่จ่ายไป และบางกลุ่มก็คิดว่าตนเองมีเวลาดูแลรักษารถเอง ทำไมต้องไปล้างที่ร้านด้วย คนเหล่านี้ ก็จะเลือกการซื้ออุปกรณ์ประเภท DIY (Do It Yourself) หรือล้างรถด้วยตัวเองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแชมพูล้างรถ ผ้าชามัวร์ หรือผลิตภัณฑ์เคลือบเงารถ ซึ่งก็อาจจะเป็น อีกกิจกรรมหนึ่งที่คนรักรถชื่นชอบ

จุดเด่นของธุรกิจคาร์แคร์

จุดเด่นของธุรกิจคาร์แคร์

เริ่มต้นง่าย

ธุรกิจคาร์แคร์มีตั้งแต่รูปแบบที่ลงทุนหลักหมื่นบาท เช่น ร้านล้างรถแบบง่าย ๆ ไม่ใช้เครื่องมือไปจนถึง หลักล้าน เช่น ร้านล้างรถแบบครบวงจรในทำเลใจกลางเมือง หรือร้านที่ให้บริการซ่อมบำรุง เช่น BQUIK  จึงทำให้นักธุรกิจมีทางเลือกที่หลากหลาย ในการลงทุน และสร้างธุรกิจได้

คนไทยเป็นพวกรักรถ

Jack Welsh อดีต CEO ของ General Electric หรือ GE เคยกล่าวตอนขยายธุรกิจลีสซิ่ง เข้ามาในประเทศไทย ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ไว้ว่า “คนไทยรักรถ ยิ่งกว่าบ้านของตัวเองซะอีก ถ้าให้พวกเขาเลือกทิ้งบ้าน กับทิ้งรถ เขาคงจะเลือกทิ้งบ้าน แล้วผ่อนรถต่ออย่างแน่นอน” คำกล่าวนี้คงบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า คนไทยรักรถมากแค่ไหน

ปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

หลังจากที่มาตรการรถคันแรกของรัฐบาลถูกบังคับใช้ในปี 2554-2555 ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รถใหม่ ๆ เหล่านี้เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจคาร์แคร์ ทำให้ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูง และน่าลงทุน

ความต้องการมืออาชีพในการดูแลรถ

อาจจะเรียกได้ว่าหมดยุคของอู่ซ่อมรถแบบเดิม ๆ แล้วก็ได้ เพราะทุกวันนี้เจ้าของรถต่างแสวงหาบริการที่เหนือกว่าจากร้านซ่อมบำรุงประเภทเดียวกับร้าน BQUIK เพราะเขามองว่าส่วนใหญ่อู่ซ่อมรถ มักจะมีวัตถุประสงค์บางอย่างแอบแฝงกับการซ่อม เช่น ซ่อมอย่างนึง วางยาให้อีกอย่างนึงพัง หรือที่ไม่พังก็บอกให้เปลี่ยน จะได้เสียค่าบริการมาก ๆ ธุรกิจคาร์แคร์แบบมืออาชีพ จึงเข้ามามีบทบาท เพื่อเติมเต็มความต้องการตรงจุดนี้

สำหรับร้านล้างรถ ไม่ต้องการแรงงานที่มีทักษะมากนัก

เจ้าของร้านล้างรถ จะไม่ต้องปวดหัวกับเวลาที่พนักงานออกแล้วหาคนมาแทนไม่ได้ เพราะต้องมีการ Training พนักงานก่อน แต่สำหรับร้านล้างรถนั้นไม่จำเป็น เพราะพนักงานล้างรถไม่จำเป็นต้องมีทักษะมากนัก ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้

และทั้งหมดนี้ก็คือ ทำความรู้จักกับธุรกิจคาร์แคร์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน ถึงแม้ว่าการจะประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจ ในยุคนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับ เรื่องคุณภาพและบริการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และหมั่นศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนอย่างรอบคอบ โอกาสที่ธุรกิจคาร์แคร์จะเติบโต ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยล่ะค่ะ หากสนใจ ปั่น slotxo อย่างไรให้ได้เงิน ที่นี่มีคำตอบ!!

เนื้อหาบทความแนะนำ : รีวิวสายนาฬิกา APPLE WATCH 7 แบบ ที่สาวก APPLE ไม่ควรพลาด